Open on Mon – Fri 09:00-17:00

TEL : 02-538-6996

facebook technicalbiomed
Venus Viva MD

10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับ Venus Viva™ MD

การทำ Skin resurfacing เป็นหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในคลินิกความงามทั้งในและต่างประเทศ ในด้านการรักษาปัญหาต่างๆ ทั้งริ้วรอยร่องลึก ริ้วรอยร่องตื้น รอยแผลเป็นจากสิว รอยแตกลาย รูขุมขนกว้าง สีผิวไม่สม่ำเสมอและปัญหาผิวอื่นๆ


แม้ว่าอาจจะมีเทคโนโลยรอื่นๆ ให้เลือกอีกมากมาย แต่เทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้เชี่ยวชาญในทุกวันนี้ คือ NanoFractional™ Radio Frequency ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในรูปแบบ Fractional Ablative ที่ได้รับการพัฒนามาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ร่วมกับความปลอดภัยสำหรับทุกสภาพผิว


Venus Viva™ MD เป็นเทคโนโลยีเพื่อการดูแลผิว โดยอาศัยการทำงานร่วมกันของ เทคโนโลยี NanoFractional™ Radio Frequency (RF) และเทคโนโลยี SmartScan™ ในการส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิว ทำให้เนื้อเยื่อผิวเกิดเป็นบาดแผลสลับกับเนื้อเยื่อปกติ (fractional resurfacing system) เพื่อให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวและฟื้นฟูผิวบริเวณนั้นๆ โดยสามารถปรับเปลี่ยนพลังงานในการรักษาได้หลากหลาย ตามปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีระยะการพักฟื้นที่สั้น ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ Venus Viva™ MD จึงเป็นอีกเทคโนโลยีที่เหมาะสำหรับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่กำลังมองหาอุปกรณ์เพื่อการฟื้นฟูผิวที่เต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพและตอบโจทย์ต่อคนไข้ค่ะ


โดยในบทความนี้เราได้รวบรวม 10 ข้อควรรู้ เกี่ยวกับ Venus Viva™ MD มาฝากกันค่ะ  

1. It’s Highly Customizable

Venus Viva™ MD สามารถปรับรูปแบบการรักษาได้ทั้งด้านพลังงาน และ Pulse Duration เพื่อควบคุมการส่งพลังงาน NanoFractional Radio Frequency ให้เหมาะสมกับแต่ละปัญหาผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดร่วมกับความสบายผิวของคนไข้ที่เข้ารับการรักษา

Venus Viva MD

2. The Technology is Revolutionary

Venus Viva™ MD ได้มีการพัฒนา NanoFractional RF™ applicator ให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น ด้วยหัวทิป 2 รูปแบบ ที่มีความเข้มและความหนาแน่นของพลังงานที่แตกต่างกัน เพื่อเสริมการรักษาปัญหาผิวต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ในแอพพลิเคเตอร์ของ Venus Viva™ MD ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี SmartScan™ ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของทางแบรนด์ เพื่อช่วยให้พลังงานสามารถลงสู่ชั้นผิวได้ดีและหลากหลายมากขึ้น

Venus Viva MD

3. Safe for All Skin Types*

การรักษาด้วย Venus Viva™ MD มีความปลอดภัยและผลข้างเคียงที่ต่ำกว่าเทคโนโลยีอื่นๆ ทั้งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) ซึ่งเป็นข้อกังวลใจในการทำ Skin resurfacing สำหรับผู้ที่มี Fitzpatrick Skin types IV-VI

4. Perform Treatments with Low Downtime

ด้วยความพิเศษในการทำงานร่วมกันของ NanoFractional RF™ และเทคโนโลยี SmartScan™ ในการส่งพลังงานผ่านพินขนาดเล็ก ซึ่งพินเหล่านี้จะทำให้เนื้อเยื่อผิวเกิดเป็นบาดแผลขนาดเล็ก (micro-dermal wounds) สลับกับเนื้อเยื่อผิวที่ดี เพื่อช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูผิวเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

5. It Has a Unique Applicator

Venus Viva™ MD applicator ผ่านการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสะดวกต่อทั้งผู้ให้บริการและผู้รับการรักษา และด้วยหัวทิปที่สามารถเลือกใช้ได้ 2 รูปแบบ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการรักษาให้หลากหลายและตรงจุดมากยิ่งขึ้น

6. Patented Tip Technology

Venus Viva™ MD applicator เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและเต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ โดยสามารถส่งพลังงานได้สูงสุด 700 พัลส์ พลังงานลงได้ลึกถึง 800 µm นอกจากนี้ยังครอบคลุมพื้นที่การรักษาได้มากขึ้นเพื่อร่นระยะเวลาในการรักษาให้สั้นลง

Venus Viva MD

7. Choice of Two Tips

Venus Viva™ MD มาพร้อมกับหัวทิป 2 รูปแบบ ทั้งชนิด 160 พิน ที่สามารถส่งได้ 62 mJ/pin เพื่อฟื้นฟูปัญหาผิวต่างๆ รวมถึงลดเลือนริ้วรอย รูขุมขนที่กว้าง รวมถึงรอยแตกลาย และหัวทิปชนิด 80 พินที่ส่งพลังงานได้ถึง 124 mJ/pin โดยความสามารถในการส่งพลังงานลงสู่ผิวได้ลึกยิ่งขึ้น จึงตอบโจทย์สำหรับการรักษาปัญหาผิวที่ค่อนข้างรุนแรง ทั้งปัญหาริ้วรอยลึกและหลุมสิวประเภทต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Venus Viva MD

8. Enhanced with SmartScan™ Technology

SmartScan™ เป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์ของ Venus Viva เพื่อส่งและกระจายพลังงานลงสู่เนื้อเยื่อผิวได้อย่างเหมาะสมและทั่วถึงในรูปแบบสุ่ม (random) ผ่านอัลกอริทึมเฉพาะตัว เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ที่และความสบายผิวของคนไข้มากยิ่งขึ้น

Venus Viva MD

9. Equipped with DiamondPolar™ Applicator

DiamondPolar™ applicator เป็นการรวมกันของคลื่นความถี่วิทยุหลายขั้ว (RF) และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PEMF) หรือที่เรารู้จักกันดีในรูปแบบของเทคโนโลยี (MP)2 ของ Venus Concept ด้วยการจัดวางตัวอิเล็กโทรดอย่างเป็นเอกลักษณ์ ทำให้สามารถทำการรักษาได้หลากหลาย ทั้งบริเวณใบหน้า รอบดวงตา คอ รวมถึงบริเวณต่างๆ ที่เข้าถึงยาก

Venus Viva MD

10. It’s Supported by Venus Concept’s Unique Business Model

ด้วยการสนับสนุนจาก Venus Concept ทั้งด้านการตลาด การฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการให้คำปรึกษาในการซ่อมบำรุง และอุปกรณ์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อง่ายต่อการใช้งานและปรับเปลี่ยนได้ตามแต่ละปัญหาผิว เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของคนไข้ ทำให้ลูกค้าสามารถไว้วางใจถึงประสิทธิภาพของตัวเครื่อง รวมถึงผลตอบแทนจากการลงทุนคุ้มค่า

* Venus Viva™ MD ได้รับการรับรองจาก US.FDA , ใบอนุญาตจาก Health Canada และ CE Mark  สำหรับการรักษาทางผิวหนังที่ก่อให้เกิดกระบวนการ Ablation และการผลัดเซลล์ผิวด้วยการใช้แอพพลิเคเตอร์ Viva™ และ Viva™ MD และการใช้แอพพลิเคเตอร์ DiamondPolar™ เพื่อลดเลือนริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า ในรูปแบบของ Non-Invasive Treatment สำหรับผู้หญิงในประเภทผิว Fitzpatrick I-IV ด้วยแอพพลิเคชั่น


ทั้งหมดนี้เป็น 10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับ Venus Viva™ MD เทคโนโลยีเพื่อการฟื้นฟูผิวหน้าแนวใหม่ ที่ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพให้ตอบโจทย์กับปัญหาผิวและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและความพึงพอใจสูงสุดของคนไข้ ที่เรานำมาฝากกันนะคะ

Reference : https://bit.ly/3uovHG9

WCAM2022
News & Events
Technicalbiomed

WCAM 2022

ขอเชิญร่วมงานประชุมเชิงวิชาการ“WCAM 2022” ขอเชิญชวนแพทย

Read More »
ISAPS 2022 Phuket, body jet evo liposuction
News & Events
Technicalbiomed

ISAPS Thailand 2022

ขอเชิญร่วมงานประชุมเชิงวิชาการ“ISAPS Thailand 2022” พบก

Read More »
ADAC WEEKEND FORUM 2022
News & Events
Technicalbiomed

ADAC WEEKEND FORUM 2022

ขอเชิญเข้าร่วมงานประชุมเชิงปฏิบัติการ “ADAC WEEKEND FOR

Read More »
ดูดไขมันที่ไหนดี

รวมคลินิกดูดไขมันด้วย body-jet

เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุค New Normal ที่คนส่วนใหญ่ต้องกักตัวอยู่บ้านเพื่อ Work From Home ทำให้คนบางกลุ่มมีปัญหาน้ำหนักขึ้นจนส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของตน เช่น อาชีพนางแบบ นายแบบ นักแสดง รวมถึงคนในวงการบันเทิง ด้วยเหตุนี้กระแสเทรนด์ความงามที่มาแรงเป็นอันดับต้นๆ ในยุค New Normal จึงหนีไม่พ้นการดูแลรูปร่างให้เฟิร์ม กระชับ กลับมามีส่วนโค้งส่วนเว้าที่สวยงามดังเดิมค่ะ

 

 

การดูดไขมัน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมของผู้ที่ต้องการมีรูปร่างที่สวยงาม ด้วยความที่สามารถเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนหลังการทำทันที อีกทั้งใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็ได้สัดส่วนที่สวยงามแล้ว ทำให้การดูดไขมันเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วในวงการความสวยความงาม

 

 

แต่ในช่วงที่มีข่าวการเสียชีวิตของผู้ที่เข้ารับการดูดไขมัน ก็ทำให้หลายๆ คนที่ตั้งใจจะดูดไขมัน เกิดความวิตกกังวล และเริ่มมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของการดูดไขมัน รวมทั้งมีคอนเทนต์มากมายใน Social Network ที่มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง ทั้งจริงบ้าง เท็จบ้าง ปะปนกันไปจนคนเริ่มสับสน และในบทความนี้เราจะพาทุกๆ คนมาไขข้อสงสัยให้เข้าใจ และรู้จักกับการดูดไขมันมากขึ้นค่ะ ที่สำคัญเรามีคลินิกดูดไขมันยอดนิยมอันดับต้นๆ ของประเทศไทยมาแนะนำกันด้วยค่ะ

ดูดไขมัน

(จำลองตัวอย่างการดูดไขมันด้วย body-jet)

 

การดูดไขมัน (Liposuction) เป็นหนึ่งในรูปแบบของศัลยกรรมทางการแพทย์ โดยอาศัยเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อช่วยในการแยกเซลล์ไขมัน และดูดออกจากร่างกาย ซึ่งเป็นการดูดไขมันส่วนเกินบริเวณใต้ชั้นผิวหนังออกไปได้อย่างเฉพาะจุด เพื่อสัดส่วนที่เล็กลงและสมส่วนยิ่งขึ้น การดูดไขมันในปัจจุบัน ได้พัฒนามาอย่างหลากหลาย โดยเริ่มจากการดูดไขมันแบบดั้งเดิม (Conventional Liposuction) โดยใช้แรงมือ ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น การใช้คลื่นวิทยุ คลื่นอัลตราซาวน์ การใช้เลเซอร์ รวมถึงการใช้พลังน้ำเพื่อช่วยในการสลายไขมันออกจากผังผืดก่อนดูดออกจากร่างกาย ซึ่งมีความอ่อนโยนและยังนำไขมันที่ดูดออกมาแล้วเติมกลับเข้าส่วนอื่นที่ต้องการได้อีกด้วย

คำถามยอดฮิตในช่วงที่ผ่านมา หลังจากมีข่าวเหตุการณ์การเสียชีวิตของผู้ที่ดูดไขมัน ทำให้หลายคนเกิดความสับสน และลังเลถึงความปลอดภัยในนวัตกรรมนี้ ซึ่งตามหลักการแล้ว การดูดไขมันมีความปลอดภัย และไม่ก่อให้เกิดการเสียชีวิต หากทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้สถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฏหมาย ห้องผ่าตัด และอุปกรณ์ต่างๆ สะอาด ปลอดเชื้อ รวมถึงอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมันโดยเฉพาะ อีกทั้งด้วยการพัฒนาทางด้านการแพทย์ทำให้ การดูดไขมันในปัจจุบัน สามารถทำได้รวดเร็วขึ้น อ่อนโยนมากขึ้น และบางนวัตกรรมไม่จำเป็นต้องมีการใช้ยาสลบก่อนดูดไขมันอีกด้วย เป็นเพียงการใช้ยาชาเฉพาะจุดเท่านั้น ซึ่งคนไข้จะรู้สึกตัวตลอดระยะเวลาการรักษา และช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้สุขภาพ และการเตรียมตัวก่อนดูดไขมันของคนไข้ ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันนะคะ โดยในขั้นตอนการปรึกษากับคุณหมอ คนไข้ควรบอกข้อมูลต่างๆ อย่างครบถ้วนตามความเป็นจริง ทั้งเรื่องของสุขภาพ การรับประทานยาหรือวิตามินต่างๆ รวมถึงอาการแพ้ของคนไข้อย่างละเอียด เพื่อที่แพทย์จะได้วางแผนประเมินการรักษาที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยอย่างสูงสุดต่อคนไข้ค่ะ

โดยปกติก่อนเริ่มดูดไขมันจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ หรือในบางคลินิกจะมีการใช้ยาสลบ ซึ่งคนไข้จะรู้สึกเจ็บเหมือนมดกัดในขั้นตอนของการฉีดยาชาเท่านั้น ส่วนในระหว่างการดูดไขมันอาจมีอาการตึงๆ ในบางจังหวะที่แพทย์เคลื่อนมือเท่านั้น หรือในบางคนจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บเลย

ความจริงแล้วการดูดไขมันเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับทุกคน ทั้งหญิงและชายที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในรูปร่าง รวมถึงกลุ่มคนที่พยายามควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องแล้ว แต่ยังคงมีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่ การดูดไขมันช่วยแก้ปัญหานี้ได้ตรงดี

 

สำหรับปริมาณของไขมันที่สามารถดูดออกมาได้มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งรูปร่าง บริเวณการรักษา รวมถึงความพึงพอใจของคนไข้ โดยแพทย์ผู้ทำการรักษาจะประเมินและออกแบบการดูดไขมันให้เหมาะสมกับคนไข้ที่สุดค่ะ

เนื่องจากการดูดไขมัน ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่รูปแบบหนึ่ง การศึกษาหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้มากเพียงพอและการเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งก่อนและหลังดูดไขมันล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เลย ดังนั้นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังเตรียมตัวเข้ารับการดูดไขมัน เรามาทำความรู้จัก 4 ขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการดูดไขมันกันค่ะ


STEP 1 : เข้าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่คลินิกหรือโรงพยาบาล

  • เริ่มจากการกรอกข้อมูลต่างๆ รวมถึงโรคประจำตัว การแพ้อาหารหรือยาต่างๆ ตามความเป็นจริง
  • ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงและสัดส่วน เพื่อให้แพทย์ประเมินรูปร่าง
  • พูดคุยและปรึกษาถึงความต้องการต่างๆ เพื่อให้แพทย์แนะนำการรักษาที่เหมาะสมของแต่ละคน
  • นัดวันเข้ารับการผ่าตัด

STEP 2 : การเตรียมพร้อมก่อนวันดูดไขมัน

  • ตรวจร่างกายตามคำแนะนำของแพทย์
  • งดรับประทานยาหรือวิตามิน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือตามดุลยพินิจของแพทย์
  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ
  • งดรับประทานอาหารและน้ำ 6-8 ชั่วโมง

 STEP 3 : ขั้นตอนในการดูดไขมัน

  • เซ็นต์เอกสารยินยอมให้ทำการรักษา
  • บันทึกภาพและวัดสัดส่วนก่อนการรักษา เพื่อเปรียบเทียบกับผลลัพธ์หลังการรักษา
  • ทางแพทย์จะทำการมาร์กตำแหน่งต่างๆ ที่จะทำการรักษา
  • รับยาฆ่าเชื้อ และเข้าห้องผ่าตัด
  • ทำการขัดผิวด้วยยาฆ่าเชื้อเพื่อทำความสะอาดร่างกายก่อนผ่าตัด
  • แพทย์จะมีการฉีดยาชาเพื่อเปิดแผลผ่าตัด และเริ่มขั้นตอนการดูดไขมัน
  • หลังเสร็จขั้นตอนการดูดไขมัน ทางแพทย์จะอธิบายขั้นตอนต่างๆ รวมทั้งวิธีการดูแลตัวเอง จากนั้นคนไข้สามารถกลับบ้านได้เลย (ควรมีญาติหรือคนรู้จักเดินทางมารับ)

STEP 4 : การดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน

  • ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • หลังดูดไขมัน อาจมีอาการปวดระบม 1-2 วัน แต่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
  • ช่วง 3 วันแรกหลังจากการดูดไขมัน อาจมีน้ำซึมออกจากบาดแผลได้เป็นปกติ และคนไข้ควรเปลี่ยนผ้าปิดแผลอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง
  • หลีกเลี่ยงให้แผลโดนน้ำเวลา 1 สัปดาห์ เนื่องจากอาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย
  • หลังจากดูดไขมัน 1 สัปดาห์ แพทย์จะมีการนัดเข้ามาเพื่อติดตามผลและตัดไหมเย็บแผล
  • ใส่ชุด Support รัดในตำแหน่งที่ดูดไขมัน ตลอดเวลายกเว้นช่วงเวลานอน และใส่เป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือนเพื่อรักษาสัดส่วนในคงรูปที่สุด
ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการดูดไขมันในลักษณะการดูดแล้วทิ้งไปเท่านั้นนะคะ ซึ่งหากเป็นการดูดไขมันในลักษณะที่มีการเติมกลับเข้าสู่ร่างกาย (Fat Transfer) จะมีขั้นตอนในการดูแลตัวเองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหลักๆ แล้วจะแนะนำให้มีการหลีกเลี่ยงการกด บีด รัด หรือนวด ในบริเวณที่ทำการเติมไขมันกลับเข้าไป และไม่ควรทำกิจกรรมต่างๆ ที่เน้นการออกแรงหนักๆ เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือน และลดอัตราการรอดของเซลล์ไขมันที่เติมกลับเข้าไปค่ะ

การดูดไขมัน เป็นเทคโนโลยีทางลัดเพื่อช่วยให้เรามีรูปร่างที่เรียวเล็ก มีส่วนโค้งส่วนเว้าที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และไม่ใช่การลดน้ำหนัก โดยข้อดีของการดูดไขมัน คือ สามารถเลือกดูดไขมันส่วนเกินออกได้อย่างเฉพาะจุด รวมถึงสามารถดูดไขมันออกได้ทุกประเภท ทั้งชนิดที่เป็นไขมันปกติ และไขมันดื้อด้านที่กำจัดยากซึ่งการออกกำลังกายไม่สามารถกำจัดออกได้ อีกทั้งไขมันที่ได้ออกมายังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้ เช่น นำกลับมาเติมเต็มใบหน้า หน้าอก ก้น เป็นต้น

 

ข้อจำกัดของการดูดไขมันก็มีเช่นกัน คือ จำเป็นที่จะต้องมีการเปิดแผลซึ่งอาจก่อให้เกิดรอยแผลเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในช่วงแรกอาจมีน้ำปนเลือดซึมออกมาจากบาดแผลร่วมกับมีอาการเจ็บตึงแผล และมีอาการช้ำในระยะเวลาหนึ่ง หรือในบางคนอาจมีผิวหนังเป็นคลื่นเกิดขึ้นได้ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน รวมถึงการดูแลตัวเองหลังดูดไขมันด้วยค่ะ 

อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันนี้ ได้มีเทคโนโลยีความงามมากมายมาลดข้อจำกัดต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เช่น ในกรณีที่มีปัญหาผิวเป็นคลื่น ไม่กระชับหลังดูดไขมัน แพทย์จะนัดคนไข้เข้ามาปรับรูปร่างอีกครั้งด้วยการใช้นวัตกรรมในกลุ่มคลื่นวิทยุ (RF) ที่ช่วยให้ผิวบริเวณที่เป็นคลื่นนั้น ค่อยๆ เรียบเนียนและตึงกระชับยิ่งขึ้นเพื่อรูปร่างที่เข้ารูป ดูสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นค่ะ

ดูดไขมัน

การดูดไขมันสามารถทำได้ในทุกส่วนของร่างกายที่มีไขมันส่วนเกินมากเพียงพอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาด้วยนะคะ โดยบริเวณที่คนส่วนใหญ่นิยมดูดไขมัน ได้แก่

  • หน้าท้อง
  • ต้นแขน
  • ต้นขา
  • หน้าอก
  • สะโพก
  • หลัง
  • ก้น

และยังมีบริเวณอื่นๆ อีก เช่น ไขมันใต้คาง, ต้นคอ, กระพุ้งแก้ม รวมถึงหัวเข่า

“ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อแล้วว่าคุณสนใจดูดไขมันจริงๆ หากคุณกำลังมองหาคลินิกดูดไขมันอยู่ แต่ไม่รู้จะเลือกดูดไขมันที่ไหนดี มีที่ไหนปลอดภัยบ้าง ไม่ต้องกังวลไปค่ะ บริษัทเทคนิคอลไบโอเมด ในฐานะผู้นำเข้านวัตกรรมเครื่องมือแพทย์เสริมความงามมาตรฐาน Gold Standard ได้รับรอง THAI&U.S.FDA เราได้รวบรวมคลินิกดูดไขมันที่เชื่อถือได้มาแนะนำค่ะ โดยมีเกณฑ์คัดเลือกดังนี้”

  • แพทย์มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการดูดไขมัน

  • แพทย์มีประสบการณ์ดูดไขมันสูง วัดจากจำนวนเคส และยอดรีวิวจากคนไข้จำนวนมาก

  • คลินิกหรือโรงพยาบาลนั้นเลือกใช้เครื่องดูดไขมัน body-jet ที่เป็นนวัตกรรมดูดไขมันด้วยพลังน้ำ ซึ่งเป็นที่นิยมในวงการศัลยแพทย์เพราะมีความอ่อนโยนต่อคนไข้ และปลอดภัยสูง ไม่จำเป็นต้องวางยาสลบคนไข้ อุปกรณ์ออกแบบมาเป็น Sigle Use ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งจึงลดโอกาสในการติดเชื้อ อีกทั้งเครื่องมีมาตรฐาน Gold Standard ได้รับรอง THAI & U.S.FDA

  • คลินิกหรือโรงพยาบาลนั้นมีห้อง Operation สะอาด ปลอดเชื้อ

  • บริการหลังการดูดไขมันเป็นที่น่าประทับใจ มีการบอกต่อจากคนไข้

รวมคลินิกดูดไขมันด้วย body-jet

ดาวน์โหลด Checklist ก่อนดูดไขมัน

Send download link to:

ศูนย์ดูดไขมัน เติมไขมัน กระชับสัดส่วนเฉพาะทางที่เน้นความปลอดภัยและคุณภาพเป็นหลัก นำทีมโดยคุณหมอไอซ์และคุณหมอมะปราง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่พร้อมเลือกสรรสิ่งที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสูงสุด ดูแลคนไข้ในทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เริ่มต้นให้คำปรึกษา จนถึงการดูแลติดตามผลหลังเพื่อผลลัพธ์ของคนไข้ที่ดีที่สุดค่ะ หากใครสนใจดูดไขมันที่ Amara Clinic ทั้ง 2 สาขา

1. สาขา รัชโยธิน (ใกล้เมเจอร์รัชโยธิน)

เบอร์ติดต่อ : 062-946-2397

2. สาขา ราชพฤกษ์ (ใกล้ The Crystal SB ราชพฤกษ์)

เบอร์ติดต่อ : 062-556-6623

 

 

หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/AmaraDoctor

Website : https://www.amara-clinic.com

LINE : @amaraclinic

คลินิกเสริมความงามและศูนย์บริการดูดไขมันด้วย body-Jet มีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์มากกว่าสิบปี นำทีมโดย “คุณหมออ้อย” ผู้มีประสบการณ์ด้านความงามและดูดไขมัน ซึ่งเน้นการออกแบบรูปร่างของคนไข้ให้ดูดี 360 องศา ด้วยความเชื่อที่ว่า “ความสวยไม่ใช่เรื่องเกินเอื้อม และออกแบบได้ด้วยตัวคุณเอง”

หากใครสนใจดูดไขมันที่ YDC You Desire Clinic ทั้ง 2 สาขา

1.สาขา เซ็นทรัลอีสต์วิลล์ เลียบด่วน

เบอร์ติดต่อ : 061-1962-391

2.สาขา แยก ม.เกษตร (คอนโดศุภาลัย ปาร์ค แยกเกษตร)

เบอร์ติดต่อ : 088-1991-626

 

หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/Youdesireclinic

Website : https://www.youdesireclinic.com

LINE : @youdesireclinic

คลินิกดูแลผิวพรรณ ความงามทั่วเรือนร่าง รวมถึงงานศัลยกรรมและดูดไขมัน ดำเนินการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศ มากกว่า 11 ปี ให้ความสำคัญเรื่องประสิทธิภาพการรักษา และความพึงพอใจของลูกค้า ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยระดับโลก บริการที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยค่ะ

หากใครสนใจดูดไขมันที่ KPS Clinic

เบอร์ติดต่อ : 097-242-3294

 

หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/kpsclinicth

Website : https://kpsclinic.com

LINE : @kpsclinic

คลินิกความงามใจกลางเมือง ให้บริการด้านความงาม ปรับรูปหน้า แก้ไขโหงวเฮ้ง และเวชศาสตร์ชะลอวัย รวมถึงดูดไขมันและดูแลสุขภาพแบบครบวงจร นำทีมโดยคุณหมอขนม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยจากอเมริกา โดยมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ และ ได้คัดสรรเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน เพื่อผลลัพธืที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้ เรียกได้ว่าดูแลได้ทั้งผิวพรรณความงาม และสุขภาพแบบองค์รวม

หากใครสนใจดูดไขมันที่ Roselin Wellness Center

เบอร์ติดต่อ : 091-010-9379

 

หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/Roselinwellness

Website : https://rwcclinic.com/

LINE : @roselinwellness

คลินิกด้านความงามและผิวพรรณ รวมถึงการดูดไขมัน ที่ให้ความใส่สำคัญกับการเลือกเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานและการยอมรับจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการบริการ และบรรยากาศที่อบอุ่น ใส่ใจในประสิทธิภาพของการรักษา เพื่อให้คนไข้ได้รับการรักษาที่ดีและเหมาะที่สุดสำหรับแต่ละคน

หากใครสนใจดูดไขมันที่ Sense Skeyn Clinic ทั้ง 2 สาขา

1.สาขาสงขลา

เบอร์ติดต่อ : 074-327-338, 085-671-0008

2.สาขาหาดใหญ่

เบอร์ติดต่อ : 074-230377, 083-193-1117

 

หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/Senseskeynclinic

Website : https://www.senseskeynclinic.com

LINE : @SENSESKEYNCLINIC

คลินิกที่เน้นให้บริการโปรแกรมการรักษาด้านความงาม ชะลอวัย และศัลยกรรมหลากหลายรวมทั้งดูดไขมัน ให้บริการด้วยความปลอดภัย ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ด้วยเทคนิคเฉพาะตัวเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องของแต่ละบุคคลได้อย่างตรงจุด

หากใครสนใจดูดไขมันที่ Masterwork Clinic (อาคารอโศกทาวเวอร์ ชั้น 1)

เบอร์ติดต่อ : 083-435-6868

 

 

หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/masterworkclinic

Website : https://masterworkclinic.com/

LINE : @masterworkclinic

สุดท้ายนี้ สำหรับสาวๆ และหนุ่มๆ ที่ต้องการหาทางลัดเพื่อรูปร่างที่ดี โดยไม่ต้องเหนื่อยกับการคุมอาหารและออกกำลังกาย “การดูดไขมัน” ก็คือทางเลือกที่ตรงจุดค่ะ และขอฝากข้อคิดสำคัญเพื่อเตือนใจผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีดูดไขมันนี้ว่า “การดูดไขมันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผ่าตัด ซึ่งอาจมีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด มองหาคลินิกที่ได้มาตรฐาน สอบถามและประเมินอัตราค่ารักษาให้สมเหตุสมผล ทั้งนี้คนไข้เองควรมีความพร้อมสำหรับการดูดไขมัน ไม่ปกปิดข้อมูลด้านสุขภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและความปลอดภัยอย่างสูงสุดต่อคนไข้เองนะคะ”

 

ท้ายที่สุดนี้หลังจากเราพึ่งทางลัดในการมีหุ่นสวยแล้ว ควรหมั่นดูแลรูปร่างเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคู่กับการออกกำลังกาย ที่สำคัญต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อผลลัพธ์หุ่นสวยที่ยั่งยืนนะคะ 

Find a treatment provider nearby you

1. Put your location

2. Choose category

3. Select distance

4. Find treatment providers nearby your location

Search Location

Radius: KM

Get Your Directions

Show Distance In

LOCATE YOUR GEOPOSITION

Loading...

Directions

WCAM2022
News & Events
Technicalbiomed

WCAM 2022

ขอเชิญร่วมงานประชุมเชิงวิชาการ“WCAM 2022” ขอเชิญชวนแพทย

Read More »
ISAPS 2022 Phuket, body jet evo liposuction
News & Events
Technicalbiomed

ISAPS Thailand 2022

ขอเชิญร่วมงานประชุมเชิงวิชาการ“ISAPS Thailand 2022” พบก

Read More »
ADAC WEEKEND FORUM 2022
News & Events
Technicalbiomed

ADAC WEEKEND FORUM 2022

ขอเชิญเข้าร่วมงานประชุมเชิงปฏิบัติการ “ADAC WEEKEND FOR

Read More »
Nano fractional RF รักษารอยแตกลาย

ประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้ Nanofractional Radio Frequency เพื่อการรักษารอยแตกลาย

Nano fractional RF รักษารอยแตกลาย

ประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้ Nanofractional Radio Frequency เพื่อการรักษารอยแตกลาย

Striae distensae (SD) หรือผิวแตกลาย เป็นกลุ่มอาการทางผิวหนัง ที่มักเกิดจากการที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัว การตั้งครรภ์ หรือการมีฮอร์โมนคอร์ติโคสเตรียรอยด์ที่สูง ผิวแตกลายสามารถแบ่งได้ 2 ระดับ คือ Striae rubra และ Striae alba โดยวิธีการรักษารอยแตกลายมีหลากหลาย เช่น การใช้เรตินอยด์ การใช้สารเคมีในการลอกผิว หรือการทำ Microdermabrasion แต่ล้วนให้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าพึงพอใจเท่าที่ควร มีงานวิจัยบางงาน ใช้เทคโนโลยี Fractional laser photothermolysis รักษาปัญหาผิวแตกลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่มักก่อให้เกิด Hyperpigmentation ในผู้ป่วยที่มีสีผิวเข้ม

ดังนั้นในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยี fractional radiofrequency มาใช้เพื่อการรักษาผิว ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีพร้อมกับข้อจำกัดต่างๆ ที่ลดลง โดยได้รับการรับรองจาก US.FDA ด้านการฟื้นฟูผิว ยิ่งกว่านั้นเทคโนโลยีนี้ยังมีความแตกต่างจากการใช้เลเซอร์ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถในการจับกับโครโมฟอร์ จึงทำให้สามารถตอบโจทย์ในการรักษาได้ทุกสีผิว

เทคโนโลยีล่าสุดที่ได้พัฒนาเพื่อการฟื้นฟูผิวรูปแบบใหม่นี้ เรียกว่า Nanofractional radiofrequency (RF) มีการใช้เข็มขนาดเล็ก ทำหน้าที่ในการส่งพลังงาน RF ลงสู่ผิวหนังโดยตรงเพื่อให้เนื้อเยื่อผิวเกิดเป็นแผลขนาดเล็กสลับกับผิวที่ดี (Fractionation Technique) และด้วยพินที่มีขนาดเล็ก ทำให้อุปกรณ์นี้สามารถลดผลข้างเคียงต่างๆ พร้อมการฟื้นฟูผิวได้เร็วกว่าเทคโนโลยีอื่นๆ ซึ่งมีงานวิจัยทางคลินิกจำนวนมากที่รับรองผลของการรักษา ในด้านต่างๆ เช่น รอยแผลเป็นจากสิว ริ้วรอย รวมถึงผิวที่เรียบเนียนขึ้น

งานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ Nanofractional radiofrequency สำหรับการรักษาผิวแตกลาย โดยทำการทดลองกับอาสาสมัคร 33 คน ที่มีอายุระหว่าง 18-60 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผิวหนังว่าเป็นผู้มีปัญหาผิวแตกลาย โดยแบ่งอาสาสมัครเป็นกลุ่มละ 11 คน ที่มีรอยโรคอยู่ที่บริเวณต้นขา, หน้าท้อง หรือ ก้น โดยทำการรักษาด้วยเทคโนโลยี Nanofractional RF (Venus Viva™) จำนวน 3 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 4 สัปดาห์

เก็บผลลัพธ์ โดยการถ่ายภาพ Before / After ด้วยกล้องดิจิตอลความละเอียดสูง (Olympus XZ10) จำนวน 4 ครั้ง ในช่วงก่อนการรักษา, สัปดาห์ที่ 4, 8 และ 12 หลังการรักษา นอกจากนี้มีการประเมินผลลัพธ์ทางคลินิกด้วย total lesional surface area โดยใช้ Pictzar™ software และมีการวัดขนาด ความกว้างของรอยแตกลายด้วย Capiler measurement

ร่วมกับการบันทึกความพึงพอใจของอาสาสมัคร สำหรับการเปลี่ยนแปลงของรอยโรค ในเรื่องของ Texture ผิว, ขนาด และการเปลี่ยนแปลงโดยรวม ด้วยเกณฑ์คะแนน 5 ระดับ ดังนี้ 1 = ไม่พอใจอย่างยิ่ง 2 = ไม่พอใจ 3 = ค่อนข้างพอใจ 4 = พึงพอใจ 5 = พอใจอย่างยิ่ง สำหรับการประเมินความพึงพอใจของแพทย์ผู้ทำการรักษา โดยการเปรียบเทียบภาพก่อนและหลังการทำทรีทเมนต์ จากแพทย์ผิวหนัง 2 ท่าน โดยใช้ clinical quartile rating scale ดังนี้ : 0 = ผลลัพธ์ดีขึ้น 0-25% , 1 = ผลลัพธ์ดีขึ้น 26-50% , 2 = ผลลัพธ์ดีขึ้น 51-75% และ 3 = ผลลัพธ์ดีขึ้น 75% ขึ้นไป

ซึ่งจากผลลัพธ์ที่ได้หลังการรักษาครั้งสุดท้าย 4 สัปดาห์ พื้นที่ผิวทั้งหมด ทั้งความกว้างและขนาดของผิวแตกลายมีความลดลงจาก baseline อย่างมีนัยสำคัญ (P <0.001) มีการรายงานพบการเกิด Post inflammatory hyperpigmentation (PIH) ในอาสาสมัคร 6 ราย และจากการศึกษาด้านจุลพยาธิวิทยา พบว่าเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินมีความหนาแน่นมากขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ (P = 0.005 และ 0.012 ตามลำดับ) และอาสาสมัครมีความพึงพอใจในผลการรักษาอยู่ในระดับ 4 และ 5

 

ดังนั้นจากผลการศึกษาวิจัยฉบับนี้สรุปได้ว่า Nanofractional RF  สามารถรักษารอยแตกลาย Striae alba ได้อย่างปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูง

Reference :

Napatthaorn P, Thep C, Suwirakorn O et al. An efficacy and safety of nanofractional radiofrequency for the treatment of striae alba, J Cosmetic Derm 2016; 0: 1-7

WCAM2022
News & Events
Technicalbiomed

WCAM 2022

ขอเชิญร่วมงานประชุมเชิงวิชาการ“WCAM 2022” ขอเชิญชวนแพทย

Read More »
ISAPS 2022 Phuket, body jet evo liposuction
News & Events
Technicalbiomed

ISAPS Thailand 2022

ขอเชิญร่วมงานประชุมเชิงวิชาการ“ISAPS Thailand 2022” พบก

Read More »
ADAC WEEKEND FORUM 2022
News & Events
Technicalbiomed

ADAC WEEKEND FORUM 2022

ขอเชิญเข้าร่วมงานประชุมเชิงปฏิบัติการ “ADAC WEEKEND FOR

Read More »
Picosurelaser

PicoSure Phenomena: The Usefulness of Picosecond 755 nm. Alexandrite Laser

PICOSURE PHENOMENA

THE USEFULNESS OF PICOSECOND 755 NM. ALEXANDRITE LASER

ประมวลภาพบรรยากาศอันอบอุ่น พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษในงาน Workshop ภายใต้คอนเซ็ปต์ PicoSure Phenomena: The Usefulness of Picosecond 755 nm. Alexandrite Laser ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและเวชศาสตร์ชะลอวัย (VitalLife) ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยได้รับ โดยได้รับเกียรติจาก ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.นิวัติ พลนิกร ที่มาอัพเดตความรู้พร้อมสอนการ Hand-On ให้แก่คุณหมอในงานอย่างใกล้ชิด

RCD2020

งานประชุมวิชาการสมาคมแพทย์ผิวหนังฯ ระดับนานาชาติ RCD 2020 ครั้งที่ 24

งานประชุมวิชาการสมาคมแพทย์ผิวหนังฯ
ระดับนานาชาติ RCD 2020 ครั้งที่ 24

rcd2020

แพทย์หญิงกุหลาบ จิตต์มิตรภาพ – Pewdee Clinic

นายแพทย์ภูริวัจน์ อริยกุศลสุทธิ ตัวแทนจาก The Signature Clinic

นายแพทย์วัชพล ธนมิตรามณี และแพทย์หญิงพิชญานิน สื่อมโนธรรม ตัวแทนจาก Doctormek

นายแพทย์นัทธพงศ์ จิรุระวงศ์ ตัวแทนจาก Dr.TATTOF Clinic

TO BOOK A CONSULTATION OR DEMO
PLEASE CONTACT US

งานวิจัย Picosure

งานวิจัยการรักษาฝ้าเรื้อรังในคนเอเชียด้วย Picosecond Alexandrite Laser

งานวิจัย Picosure

การรักษาฝ้าเรื้อรัง (Refractory Melasma) ในคนเอเชียด้วย Picosecond Alexandrite Laser

Niwat Polnikorn, MD , Emil Tanghetti, MD

การรักษาฝ้านั้น เป็นเรื่องที่สร้างความหงุดหงิดใจต่อทั้งผู้ป่วยและผู้ทำการรักษา ซึ่งวิธีการหลักที่ใช้อย่างกว้างขวางทั่วโลกคือ การรักษาด้วย Hydroquinone แต่เมื่อมีการใช้ในระยะยาวหรือความเข้มข้นสูงอาจส่งผลให้เกิดการระคายเคืองได้ หรืออาจเกิด Paradoxical hyperpigmentation ได้ในบางกรณี สำหรับทางเลือกในการรักษาด้านอื่นๆ เช่น การใช้ chemical peeling หรือเครื่องมือแพทย์ชนิด fractional ablative อื่นๆ อาจให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่มีความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงได้สูง อีกทั้งในหลายครั้งก็อาจทำให้ฝ้าเหล่านั้นกลับมาเกิดใหม่ได้อีก

 

สำหรับจุดมุ่งหมายของงานวิจัยฉบับนี้เน้นเพื่อการศึกษาความแตกต่างของการรักษาฝ้าเรื้อรังด้วย Picosecond Alexandrite laser (PicoSure) โดยการใช้ diffractive lens array (Focus lens array) เทียบกับ การใช้ Flat optic lens ในกลุ่มผู้หญิงชาวเอเชียที่มีฝ้าเรื้อรัง จำนวน 60 คนที่มี Fitzpatrick Skin Type  IV-VI ซึ่งผู้ร่วมวิจัยทุกคนจะต้องหยุดการรักษาฝ้าด้วยวิธีการเดิมก่อนอย่างน้อยเป็นเวลา 1 เดือน โดยการวิจัยนี้จะแบ่งผู้ร่วมวิจัย เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ประกอบด้วยผู้ร่วมวิจัย 19 คน ทำการรักษาฝ้าด้วย Flat optic lens กลุ่มที่สอง ประกอบด้วย ผู้ร่วมวิจัย 41 คน ทำการรักษาฝ้าด้วย Diffractive lens array 

 

โดยทั้งสองกลุ่มจะทำการรักษาทุกๆ 2 สัปดาห์ เป็นระยะเวลา 3 เดือน (รวมทั้งหมด 6 ครั้ง) ร่วมกับการใช้ครีมกันแดด SPF50 PA++++ และป้องกันการเกิด Hyperpigmentation ด้วย 4% Alpha Arbutin และ 15% Ascorbyl phosphate palmitate sodium มีการติดตามและวิเคราะห์ผลเป็นเวลา 6 เดือน โดยบันทึกผลด้วยการถ่ายภาพจากกล้องดิจิตอล ความละเอียด 20 MegaPixels และวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของค่า Melasma Severity Index (MSI) ทั้งก่อนการรักษา , หลังการรักษา 3 เดือน และหลังการรักษา 6 เดือน โดยผลลัพธ์จากการศึกษาพบว่ากลุ่มที่ได้รับการรักษาฝ้าเรื้อรังด้วย Diffractive lens array (Focus lens) มีค่า MSI ที่ดีกว่าอีกกลุ่มหนึ่งถึง 18.5% ดังต่อไปนี้

 

  • กลุ่มแรก ทำการรักษาด้วย Flat optic lens มีค่า MSI ที่ดีขึ้น 57.2% อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.001) และผู้ร่วมวิจัยกว่า 77.8% พึงพอใจในผลลัพธ์ของการรักษา
  • กลุ่มที่สอง ทำการรักษาด้วย Diffractive lens array มีค่า MSI ที่ดีขึ้น 75.7% อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.001) และผู้ร่วมวิจัยกว่า 93.0% พึงพอใจในผลลัพธ์ของการรักษา

ดังนั้นจากงานวิจัยฉบับนี้ แสดงให้เห็นว่า Picosecond Alexandrite Laser พร้อมด้วย Flat lens และ Diffractive Lens สามารถรักษาผู้ป่วยชาวเอเชียแม้อยู่ในสภาพอากาศที่มีแสงแดดจัดได้มีประสิทธิภาพ

Reference :
Niwat P, Emil T, Treatment of Refractory Melasma in Asians With the Picosecond Alexandrite Laser, Dermatol Surg 2020; 00: 1-6

Share this post

งานวิจัยประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ Water-Assisted Liposuction

งานวิจัยประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ Water-Assisted Liposuction

งานวิจัยประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ Water-Assisted Liposuction

งานวิจัยประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ Water-Assisted Liposuction เพื่อการดูแลรูปร่าง

Water-assisted liposuction (WAL) เป็นเทคนิคใหม่ของการดูแลรูปร่างที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกามาอย่างยาวนาน ด้วยการใช้เทคโนโลยีพลังน้ำในรูป fan-shaped เพื่อดูดไขมันออกจากร่างกาย รวมทั้งสามารถนำเซลล์ไขมันที่ได้นี้ไปใช้ในการ Grafting หรือใช้ประโยชน์ต่อได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่สูง พร้อมความพึงพอใจของผู้ป่วยหลังการรักษา

 

ในงานวิจัยนี้ ได้ทำการศึกษาถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย ของเทคนิค WAL โดยมีผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นชายและหญิง 41 คน ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เฉลี่ย 25.5 เพื่อเข้ารับการรักษาด้วยเครื่อง Body-jet ในบริเวณต่างๆ ของร่างกาย โดยมีการบันทึกผลก่อนการผ่าตัด อย่างได้มาตรฐาน รวมทั้งทำการศึกษาทางเนื้อเยื่อวิทยาด้วยการนำเซลล์ไขมันดังกล่าวมาทำการย้อมด้วย  trypan blue vital dye และบ่มเซลล์ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 1 ชั่วโมง และ 6-8 ชั่วโมงหลังการสกัดแยก และนำมาวิเคราะห์ด้วยการส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อดูความอยู่รอดของเซลล์ไขมัน

 

โดยจากการเฝ้าศึกษาและเก็บผลในระหว่างการผ่าตัด และช่วงเวลา 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด ผู้เข้าร่วมวิจัยทั้ง 41 คน มีการสูญเสียเลือดในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีอาการผิดปกติของระดับความดันโลหิตหรืออาการแทรกซ้อน เช่น วิงเวียนศีรษะ หูอื้อ ตาพร่ามัว คลื่นไส้อาเจียน ต่างๆ เกิดขึ้น เมื่อผ่านไปกว่าสามเดือนผู้เข้ารับการรักษาทุกคนมีผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ไม่มีภาวะติดเชื้อ ถุงน้ำซีโรมา แผลพุพอง หรือการบาดเจ็บและการชาของเส้นประสาทเนื่องจากการผ่าตัด

 

สำหรับผลการทดสอบการย้อมสีด้วย Trypan blue dye ได้ผลลัพธ์ว่า 90% ของเซลล์ไขมันหลังการเก็บเป็นเวลา 1 ชั่วโมง สามารถกำจัดสีย้อมออกจากเซลล์ได้ ในขณะที่เซลล์ไขมันที่ผ่านการเก็บมาเป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง สามารถกำจัดสีย้อมดังกล่าวออกจากเซลล์ได้เพียง 10% ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าเซลล์ไขมันนั้นมีการสูญเสียฟังก์ชั่นการทำงานเมื่อเวลาผ่านไปนานขึ้น

 

ดังนั้นจากผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการดูดไขมันด้วยเทคนิค Water-Assisted Liposuction (WAL) เป็นเทคโนโลยีที่อ่อนโยนและเหมาะสมสำหรับการนำไขมันกลับมาเติมเข้าสู่ร่างกายตนเองได้ เนื่องจากเซลล์ไขมันมีอัตราการรอดชีวิตสูงถึง 90% ในช่วงหนึ่งชั่วโมงแรกหลังการเก็บ มีการใช้ปริมาณ tumescent และ lidocaine dosage ที่น้อยกว่าเทคนิคอื่นๆ พร้อมให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงร่วมกับความปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง ผู้ป่วยสูญเสียเลือดน้อย ไม่มีอาการผิดปกติหรืออาการเป็นพิษเนื่องจากฤทธิ์ของยา มีระยะการพักฟื้นสั้น และผู้เข้ารับการศึกษามีความพึงพอใจต่อผลลัพธ์ที่ได้ ซึ่งสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติภายในระยะเวลา 1 ถึง 2 สัปดาห์

Reference:
Gordon H, Water Assisted Liposuction for Body Contouring and Lipoharvesting: Safety and Efficacy in 41 Consecutive Patients, Aesthetic Surg. J 2011; 31: 76-78

Venus Legacy 4D slim

Venus Legacy มิติความงามที่เหนือกาลเวลา ด้วยนวัตกรรม 4D-Slim

Venus Legacy 4D slim

Venus Legacy มิติความงามที่เหนือกาลเวลา ด้วยนวัตกรรม 4D-Slim

ปัญหาผิวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเรา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสิ่งที่เกินความควบคุม นั่นก็คือ “เวลา” ซึ่ง เวลา เป็นตัวกลางที่ครอบคลุมในทุกๆ มิติของโลกที่เราอาศัยอยู่ การที่เราเติบโตขึ้นในทุกวัน ฉลองเทศกาลปีใหม่หรือจัดงานวันเกิดในทุกปี ทุกๆ อย่างสื่อถึงเวลาที่ผ่านเลยไปโดยที่เราไม่รู้ตัว เราจะเริ่มเห็นริ้วรอยเล็กๆ เกิดขึ้นบนใบหน้าหรือหางตา เห็นเส้นผมที่เปลี่ยนสีไป โดยที่ไม่มั่นใจว่าเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ นอกจากนี้มีงานวิจัยบางฉบับที่เปิดเผยว่า เมื่อเรามีอายุเกิน 20 ปี เส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวหนังของเราจะผลิตลดลงโดยเฉลี่ยปีละ 1% ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาความหย่อนคล้อยรวมถึงริ้วรอยที่ปรากฏบนผิวหน้าและผิวกาย

 

แต่ด้วย “เวลา” อีกเช่นกันที่ทำให้เราเห็นถึงความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะในวงการแพทย์ด้านความงามที่มีการวิจัยและเลือกสรรนวัตกรรมต่างๆ เพื่อการฟื้นฟูผิวและยืดอายุเซลล์ของร่างกายที่เสื่อมสภาพ ให้คงอยู่เหนือกาลเวลา หนึ่งในนั้น คือ การนำประโยชน์ของพลังงานความร้อนจากเลเซอร์หรือความถี่คลื่นวิทยุ มาใช้เพื่อการดูแลรูปร่างและฟื้นฟูผิว ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ สะดวก ปลอดภัย และไม่จำเป็นต้องพักฟื้น

Venus Legacy

หนึ่งผลงานวิจัยจาก Joseph Ajaka, MD ได้กล่าวถึงผลของอุณหภูมิเพื่อการฟื้นฟูผิว ดังนี้ หากต้องการผลในเรื่องของ Skin Tightening เราจำเป็นต้องสะสมพลังงานความร้อนบนผิวชั้นบนให้อยู่ที่ 41-43 ºC และความร้อนใต้ผิวที่อุณหภูมิ 45-47 ºC ซึ่งเป็นช่วงอุณหภูมิที่ทำให้เส้นใยคอลลาเจนใต้ชั้นผิวเกิดการจัดเรียงตัวใหม่ และจากงานวิจัยของ PhD Walfre Franco กล่าวถึงการสะสมอุณหภูมิใต้ชั้นผิว 45-47 ºC ในระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งให้ผลในการสลายไขมันได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ซึ่งเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาดังกล่าวได้อย่างลงตัว คือ RF4D™ จาก Venus Legacy

Venus Legacy มิติใหม่ของเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์การดูแลรูปร่าง

Venus Legacy นวัตกรรมเพื่อดูแลผิวจากบริษัท Venus Concept ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ตอบโจทย์การดูแลรูปร่าง (Body Contouring) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังลดปัญหาเซลลูไลท์ (Cellulite Reduction) ลดเลือนริ้วรอย (Wrinkle Reduction) และฟื้นฟูให้ผิวตึงกระชับ (Skin Tightening) ได้ครบในเครื่องเดียว ซึ่งเป็นผลที่ได้จากการทำงานร่วมกันใน 4 มิติของเทคโนโลยี

Multipolar Radiofrequency

เป็นคลื่นวิทยุหลายขั้ว มีความพิเศษคือ พลังงานที่ออกมาสามารถวิ่งเข้าหากัน และสลับขั้วบวก/ลบ ได้ในตัวเอง เพื่อกระจายพลังงานความร้อนได้อย่างทั่วถึงและเสถียร พร้อมแอพพลิเคเตอร์ออกแบบมาให้เหมาะสมกับพื้นที่การรักษา เพื่อส่งพลังงานและสะสมความร้อนได้ลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (โดยความลึกของพลังงานที่ส่งไปเท่ากับครึ่งหนึ่งของระยะห่างระหว่างอิเล็กโทรด) ซึ่งมีการวิจัยรับรองถึงความสามารถในการลงลึงและการสะสมอุณหภูมิของตัวเครื่อง ที่เพียงพอสำหรับการสลายไขมันและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ได้อย่างปลอดภัยพร้อมสบายผิว ซึ่งแตกต่างจากเทคโนโลยีอื่น เช่น Monopolar RF ที่จำเป็นต้องมีแผ่นสื่อสำหรับรองรับพลังงาน ทั้งไม่สามารถควบคุมพื้นที่การลงของพลังงานได้ อาจทำให้เสี่ยงต่อการเบิร์นสูง ขณะที่ Bipolar RF จะให้พลังงานความร้อนได้เพียงบริเวณผิวชั้นบนเท่านั้น

นวัตกรรม Venus Legacy
นวัตกรรม Venus Legacy

Pulsed Electro Magnetic Fields (PEMF)

เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังต่ำ ทำให้เกิดการหลั่งสาร Fibroblast Growth Factors 2 (FGF2) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นให้ fibroblast เพิ่มจำนวนขึ้น ทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินมากขึ้น พร้อมกระตุ้นให้เกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่ เพื่อให้ผิวและเซลล์ต่างๆ ได้รับสารอาหารได้ดียิ่งขึ้น

นวัตกรรม Venus Legacy

Varipulse™ Technology

ระบบสูญญากาศที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Venus Legacy มีแรงดูดสลับกับแรงผลัก และสามารถปรับจังหวะความแรงได้ 4 ระดับ เพื่อเพิ่มความสามารถในการส่งผ่านพลังงานให้ลงได้ลึก กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและระบบขับถ่ายของเสียให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ต่างจากเครื่องอื่นๆ ที่มักมีเพียงแรงดูดเพียงอย่างเดียว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดผิวหย่อนคล้อยจากแรงดูดนั้นๆ  

Real Time Thermal Feedback

เทคโนโลยีที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของเวลา ด้วยการติดตัววัดอุณหภูมิที่แอพพลิเคเตอร์และมีการแสดงอุณหภูมิของผิวชั้นบนในรูปแบบกราฟผ่านทางหน้าจอเครื่องได้อย่าง Real Time เพื่อให้คนไข้สัมผัสถึงผลลัพธ์การรักษาที่มีประสิทธิภาพ ร่วมกับความปลอดภัย

นวัตกรรม Venus Legacy

ทั้งหมดนี้เป็นคุณประโยชน์ของเทคโนโลยี 4D-Slim จาก Venus Legacy ที่ก้าวข้ามขอบเขตของกาลเวลา เพื่อการดูแลรูปร่าง ลดเลือนริ้วรอยและฟื้นฟูผิว ตอบโจทย์สำหรับทุกเพศ ทุกช่วงวัย รวมทั้งช่วยกระชับผิวหลังจากการผ่าตัดดูดไขมัน ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพร่วมกับความสบายผิว ไม่รบกวนกิจวัตรประจำวัน พร้อมมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยมาตรฐาน US.FDA และ THAI FDA

งานวิจัย การ combined นวัตกรรม Legacy กับเทคโนโลยี Cryolipolysis เพื่อลดไขมันและความหย่อนคล้อยบริเวณสะโพก

ผลการ Combined เครื่อง Legacy กับเทคโนโลยีความเย็นเพื่อลดสัดส่วน

งานวิจัย การ combined นวัตกรรม Legacy กับเทคโนโลยี Cryolipolysis เพื่อลดไขมันและความหย่อนคล้อยบริเวณสะโพก

ผลการผสานเทคโนโลยีความเย็น และ Multi-Polar RF ร่วมกับ VariPulse Technology เพื่อการกำจัดไขมัน

เคยสงสัยหรือไม่ ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร? หากทดลอง Combined เครื่อง “Venus Legacy”  ซึ่งมี Multi-Polar RF พร้อมกับ VariPulse Technology ที่สามารถสลายไขมันได้ 4 มิติ ช่วยให้คนไข้มีสัดส่วนที่เข้ารูปสวยงาม และตึงกระชับขึ้นอย่างน่าพึงพอใจ ร่วมกับ “เทคโนโลยีความเย็นเพื่อกำจัดไขมัน”

ในบทความนี้ เราได้แปลมาจากเอกสารที่วิจัยโดย The Journal of Drugs in Dermatology (JDD) และเผยแพร่ในหัวข้อ “Prospective Internally Controlled Blind Reviewed Clinical Evaluation of Cryolipolysis Combined With Multipolar Radiofrequency and Varipulse Technology for Enhanced Subject Results in Circumferential Fat Reduction and Skin Laxity of the Flanks”  ซึ่งมีเนื้อหาโดยย่อ ดังต่อไปนี้

การศึกษาทางคลินิกเพื่อประเมินผลของการทำ Cryolipolysis ร่วมกับ Multipolar Radiofrequency พร้อม Varipulse Technology เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในการลดสัดส่วนและลดความหย่อนคล้อยบริเวณสะโพกด้านข้างของร่างกาย

การปรับรูปร่างและกระชับผิวพรรณด้วยวิธี non-invasive กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นในตลาดด้านความงาม จนนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่หลากหลาย เช่น การใช้อัลตร้าซาวด์ , คลื่นความถี่วิทยุ หรือการใช้ความเย็นในการกำจัดไขมัน นอกเหนือจากนี้ยังมีแนวโน้มที่ผสานนวัตกรรมอันหลากหลายเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของพลังงานนำไปสู่ผลลัพธ์ในการลดความหย่อนคล้อยของผิวร่วมกับการลดไขมันกระชับสัดส่วน พร้อมความพึงพอใจของคนไข้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของงานวิจัย เพื่อศึกษาถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยี Cryolipolysis ตามด้วยการใช้เทคโนโลยี Mulitpolar RF ร่วมกับ PEMF และเพิ่ม Pulsed suction ที่สามารถปรับจังหวะได้ ในการเพิ่มความกระชับของผิวบริเวณสะโพกด้านข้างของร่างกายหลังการกำจัดไขมันด้วยความเย็น

 

ด้วยการคัดเลือกอาสาสมัครจำนวน 10 คน ที่มีไขมันสะสมบริเวณสะโพกด้านข้างของร่างกาย ซึ่งทุกคนจะได้รับการรักษาด้วย Cryolipolysis หลังจากนั้นสุ่มอาสาสมัครเป็นสองกลุ่ม เพื่อทำการรักษาด้วย radiofrequency + PEMF สองครั้ง (เว้นระยะห่างกันสองสัปดาห์) ตามด้วยการรักษาด้วย radiofrequency + PEMF พร้อมเพิ่ม pulsed suction อีกสองครั้ง (เว้นระยะห่างกันสองสัปดาห์) มีการเก็บผลโดยการถ่ายภาพอาสาสมัคร ทั้งก่อนทำการรักษา, หนึ่งสัปดาห์, 3 เดือน และ 6 เดือนหลังทำการรักษา และประเมินผลโดยการใช้มาตรฐาน GAI ด้วยการใช้ Blind review และ Un-blind review ร่วมกับการบันทึกผลข้างเคียงและบันทึกระดับความพึงพอใจของอาสาสมัครในทุกครั้งของการเก็บผล

 

การวิเคราะห์ผลจาก Blind investigator เผยผลการวิจัยว่า GAI scale ในผู้ที่ได้รับการรักษาแบบผสมผสาน (Cryolipolysis + RF / PEMF / Suction) นั้นผิวหนังมีความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1 ระดับ เมื่อเทียบกับการรักษาด้วย Cryolipolysis เพียงอย่างเดียว และผลจาก Unblind investigator อธิบายว่าผู้ที่ได้รับการรักษาแบบผสมผสาน มีผลลัพธ์ด้านความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับการรักษาด้วย Cryolipolysis เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมวิจัยกว่า 50% มีความพึงพอใจถึงผลลัพธ์ที่ได้ และมีความพึงพอใจต่อผลลัพธ์ด้านที่ได้รับการรักษาแบบผสมผสานสูงกว่าอีกหนึ่งด้านถึง 10% อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ไม่มีการรายงานถึงผลข้างเคียงที่รุนแรงตลอดการศึกษา

 

ดังนั้น จากผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า การใช้เทคโนโลยี Multipolar RF กับ PEMF ร่วมกับแรงดูดที่เฉพาะตัวของเครื่อง Venus Legacy ร่วมกับการทำ Cryolipolysis ให้ผลลัพธ์ในการเพิ่มความกระชับของผิวหลังการกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณสะโพกด้านข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเป็นวิธีการที่ปลอดภัย ไม่เจ็บไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง ทั้งยังเพิ่มความพึงพอใจของผู้เข้ารับการรักษาได้อย่างมีนัยสำคัญ

สามารถดาวน์โหลดงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ด้านล่างนี้

Paper Legacy

FREE DOWNLOAD

Send download link to:

Reference :
Julius F, Michael G, Neil S, Prospective Internally Controlled Blind Reviewed Clinical Evaluation of Cryolipolysis Combined With Mulitpolar Radiofrequency and Varipulse Technology for Enhanced Subject Results in Circumferential Fat Reduction and Skin Laxity of the Flanks, J. Drugs Dermatol 2016; 15: 1354-1358

งานวิจัย 1060 nm diode laser for fat reduction

งานวิจัย 1060 nm Diode Laser for Fat Reduction

งานวิจัย 1060 nm diode laser for fat reduction

งานวิจัย 1060 nm Diode Laser for Fat Reduction

หนึ่งในงานวิจัยที่ชี้ชัดว่าการใช้ Diode Laser ที่ความยาวคลื่น 1060 nm สามารถกำจัดไขมันบริเวณหน้าท้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น ทั้งยังมีความปลอดภัยสูงต่อทุกประเภทผิว ทำให้มั่นใจได้ว่าเครื่อง WarmSculpting with SculpSure ซึ่งเป็นเครื่องไดโอดเลเซอร์ที่ใช้ความยาวคลื่น 1060 นาโนเมตร สามารถกำจัดไขมันดื้อด้านได้อย่างมีประสิทธภาพ อย่างแท้จริง

โดยในบทความนี้ เราได้แปลมาจากเอกสารที่วิจัยโดย The Journal of Drugs in Dermatology (JDD) และเผยแพร่ในหัวข้อ “Safety and Efficacy of a Non-Invasive 1060 nm Diode Laser for Fat Reduction of the Abdomen” ซึ่งมีเนื้อหาโดยย่อ ดังต่อไปนี้

ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของไดโอดเลเซอร์ 1060 นาโนเมตร สำหรับการรักษาการลดไขมันที่บริเวณหน้าท้อง

การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเป็นที่ทราบกันดี ว่าสามารถนำไปสู่การเสียฟังก์ชั่นการทำงานของเซลล์ไขมันจนเกิดการตาย (Apoptosis) ได้ โดยในงานวิจัยนี้เป็นการประยุกต์ใช้เลเซอร์ความยาวคลื่น 1060 นาโนเมตร ส่งพลังงานผ่านทางผิวหนังเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตายของเซลล์ไขมันบริเวณท้องอย่างถาวร

 

ซึ่งวิจัยโดยการทดลองกับอาสาสมัคร 35 คน ที่เข้ารับการรักษาด้วยเลเซอร์ 1060 นาโนเมตร ร่วมกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายควบคู่กันตลอดระยะการวิจัย และการเก็บผลเพื่อเปรียบเทียบผลก่อนทำการรักษา, 6 สัปดาห์ และ 12 สัปดาห์หลังการรักษา ด้วย 3 วิธีการ ดังนี้

  • การถ่ายภาพ Ultrasound เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงความหนาของไขมัน
  • การถ่ายภาพสองมิติความละเอียดสูง และประเมินผลโดย Blind evaluator จากแพทย์ผิวหนัง 3 ท่านที่ได้รับการอบรมและผ่านการรับรองจากทางสมาคม
  • การบันทึกน้ำหนัก

ผลการวิจัยระบุว่า 23% ของอาสาสมัครมีประเภทผิวตาม Fitzpatrick ประเภท 4-6 โดยการทดลองด้วยวิธี Blind evaluator มีความแม่นยำสูงถึง 95% (ตามระยะเวลา คิดเป็น 88% , 97% และ 100% ตามลำดับ) และความหนาของชั้นไขมันมีค่าเฉลี่ยที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (P <0.001) โดยผลเมื่อเทียบกับ 6 สัปดาห์ (ค่าลดลง 1.5 ± 1.23 mm) และผลเทียบ 12 สัปดาห์ (ค่าลดลง 2.65 ± 1.41 mm) พร้อมค่าเฉลี่ยของน้ำหนักที่เปลี่ยนไปอยู่ที่ +0.1 Ib โดยผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นมีเพียงอาการแดงเล็กน้อย ร่วมกับการตึงบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งจะหายได้เองภายใน 1-3 สัปดาห์  

 

ผลการทดลองที่ได้นั้นสามารถสรุปได้ว่า การรักษาด้วยเลเซอร์ความยาวคลื่น 1060 นาโนเมตร สามารถกำจัดไขมันบริเวณท้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยสูงต่อทุกประเภทผิว โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น

สามารถดาวน์โหลดงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ด้านล่างนี้

Paper SculpSure

FREE DOWNLOAD

Send download link to:

Reference :
Lawrence S.,Sean T, Sean T.Doherty, Safety and Efficacy of a Non-Invasive 1060 nm Diode Laser for Fat Reduction of the Abdomen, J. Drugs Dermatol 2018; 17: 106-112